エピソード

  • บาปกรรม ของการขับรถชนพระ/ทุจริตสอบ/เจ้ามือการพนัน [6930-1u]
    2026/07/19
    Q1: ทุจริตสอบA: การทุจริตสอบ = โกหก = ผิดศีล 5- ถ้ากิเลสลดลง ความคิดที่จะโกง ก็จะไม่มี- เมื่อเห็นคนอื่นทำไม่ดี อย่าไปทำตามเขา แต่ให้เราทำความดี ความดีที่เราทำ จะมีอิทธิพลให้คนอื่นเกิดความละอายใจและเกรงกลัวต่อบาปได้- ระดับความละอายใจ (1) ตนเตือนตน (2) คนใกล้ชิดเตือน (3) มหาชนเตือน (4) ติดคุก (5) ตกนรก- ให้มองการณ์ไกล อย่ามองแต่ความสุขเฉพาะหน้า ก่อนคิดทำความชั่ว ให้กลัวผลที่จะได้รับทั้งในปัจจุบันและอนาคต แม้ไม่มีใครรู้ แต่จะเป็นตราบาปในใจ- หิริโอตัปปะ เป็นธรรมคุ้มครองโลก- คนฉลาดจะแยกแยะได้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว แล้วเลือกทำสิ่งที่ดี คนชั่วต่างหากที่รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว แล้ว ยังเลือกทำสิ่งที่ชั่ว นั่นคือคนพาล Q2: ถูกใช้เป็นเครื่องมือให้ขนยาเสพติดA: ถ้าไม่มีเจตนา บาปในใจ จะไม่มี- มงคลสูตรข้อแรก คือ ไม่คบคนพาล - ต้องพัฒนาปัญญาของตนเอง ให้แยกแยะคนดีคนชั่วได้Q3: เด็กพิเศษขับรถชนพระA: บาปมากน้อย ขึ้นอยู่กับแรงของเจตนาและคุณของผู้ที่ถูกประทุษร้าย- แรงของเจตนา = เปรียบกับความหนักของรอยกรีดบนน้ำ บนทราย บนหิน - คุณของผู้ที่ถูกประทุษร้าย = ถ้ามีคุณต่อตนมาก ก็บาปมาก ถ้าเป็นสัตว์ใหญ่ ก็บาปมาก ถ้าเป็นผู้มีศีล สมาธิ ปัญญามาก ก็บาปมาก- ให้ตั้งตนไว้ในความไม่ประมาท ความตายอยู่ใกล้มาก ให้รีบทำความดี จะได้อยู่ผาสุกได้Q4: พระไทยไม่เรียนวิทยายุทธเหมือนพระจีน A: พุทธศาสนามี 3 นิกาย (1) เถรวาท (ไทย พม่า ศรีลังกา) = เน้นตามพระไตรปิฎก หมายเอาท่านพระเถระมหากัสสปะ ตอนที่อยู่ในถ้ำสัตตบรรณคูหา ที่ไม่แก้สิกขาบทเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นหลัก(2) มหายาน (จีน เวียดนาม ไต้หวัน) = ในยุคก่อนต้องมีการปรับตัว จึงต้องเรียนวิทยายุทธ(3) วชิรญาณ (ธิเบต ภูฏาน) = มีคาถามนตรา- นักวิชาการเป็นคนแยกแยะนิกาย โดยดูจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น - การแก้สิกขาบทเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเรื่อย ๆ ทำให้เกิดความต่างกัน- โจรที่แท้จริง คือ กิเลส - การปฏิบัติธรรมตามมรรค 8 และการฝึกพลังจิต พลังสมาธิ พลังปัญญา เป็นวิทยายุทธภายใน ป้องกันโจรในภายในได้Q5: เจ้ามือการพนัน ให้เช่าที่ขายลอตเตอรี่A: เงิน เปรียบเหมือนงูพิษ ไม่ว่าจะเป็นเงินขาว เงินเทา เงินดำ ...
    続きを読む 一部表示
    56 分
  • เพิ่มประสิทธิภาพงาน ด้วยสันโดษ [6929-1u]
    2026/07/12
    ช่วงไต่ตามทาง: เล่นโทรศัพท์มากเกินไปA: ผู้ฟังท่านนี้ใช้เวลาไปกับการเล่นโทรศัพท์มากเกินไป จึงแก้ไขด้วยการแบ่งเวลาทำงานกับการเล่นโทรศัพท์ให้ชัดเจน หรือปิดโทรศัพท์แล้วไปทำอย่างอื่น เช่น ไปหลีกเร้นช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: เพิ่มประสิทธิภาพงาน ด้วยสันโดษวิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน มีดังนี้1. ทำความเข้าใจเรื่องสันโดษที่ถูกต้อง- “สันโดษ” หมายถึง ความพอใจ ความยินดีตามมีตามได้ในสิ่งที่เรามี - พระพุทธเจ้า ทรงสอนให้มีทั้งสันโดษและไม่สันโดษ ให้สันโดษ (รู้จักอิ่มจักพอ) = ในปัจจัยสี่ สิ่งของภายนอก กาม ไม่สันโดษ (ไม่รู้จักอิ่มจักพอ) = ในกุศลธรรมทั้งหลาย เช่น อิทธิบาท 4- เมื่อมีความเข้าใจเรื่องสันโดษที่ถูกต้องแล้ว จะสามารถแยกแยะเรื่องอื่น ๆ เพื่อนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้2. เจริญอิทธิบาท 4 (1) ฉันทะ = มีความพอใจในการทำงาน (2) วิริยะ = ความเพียร ความอุตสาหะ (3) จิตตะ = ความเอาใจใส่ จดจ่อ (4) วิมังสา = การไตร่ตรองพิจารณาทดลองค้นคว้า- ประสิทธิภาพในงานจะเกิดขึ้นตรงที่มีสมาธิจดจ่อ การเจริญอิทธิบาท 4 ข้อใดข้อหนึ่ง สามารถเป็นฐานให้เกิดสมาธิได้ เมื่อจิตเกิดสมาธิแล้วก็จะสามารถทำงานนั้นให้สำเร็จได้ 3. ความคงไว้ซึ่งสมาธิ - สมาธิเป็นจุดสำคัญ ในการจะทำอะไรก็ตามให้เกิดความสำเร็จ สมาธิไม่จำเป็นต้องอยู่ในอิริยาบถนั่งหลับตา- “สติ” เป็นเหตุปัจจัยให้เกิดสมาธิ จึงต้องทำให้สติมีกำลัง เพื่อให้สมาธิไม่เสื่อม- “นิวรณ์ 5” เป็นเครื่องกั้น เครื่องขวาง การมุ่งหน้าไปสู่ความสำเร็จ นิวรณ์ 5 เกิดขึ้นตรงไหน สมาธิตรงนั้นจะเสื่อมทันที ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง จึงต้องละนิวรณ์ 5 อันได้แก่ (1) กามฉันทะ = ความพอใจในกาม สิ่งของภายนอก (2) พยาบาท = ความคิดอาฆาต ปองร้าย ให้เขาได้ไม่ดี (3) ถีนมิทธะ = ความง่วงซึม ความหดหู่ ท้อแท้ท้อถอย (4) อุทธัจจกุกกุจจะ = ความฟุ้งซ่าน รำคาญใจ วิตกวิจารณ์ (5) วิจิกิจฉา = ความเคลือบแคลง ไม่ลงใจ4. ลดความเครียดในการทำงาน - วิธีสังเกตว่ามีความเครียดในการทำงาน คือ มีนิวรณ์ 5 เกิดขึ้น- วิธีคลายความเครียด เช่น เปลี่ยนอิริยาบถ พักผ่อนสายตา ออกกำลังกาย สวดมนต์ นอน เดิน - ...
    続きを読む 一部表示
    57 分
  • ดื่มเหล้า ไม่เดือดร้อน [6928-1u]
    2026/07/05
    Q1: ดื่มเหล้า แบบไม่สร้างความเดือดร้อนA: การดื่มเหล้า เป็นโทษทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น และทั้งสองฝ่าย และเป็นโทษทั้งในปัจจุบัน ในเวลาต่อมา และในเวลาต่อ ๆ มา- โทษของความเป็นนักเลงสุรา = เป็นบ่อเกิดของโรค ทอนกำลังปัญญา เสื่อมทรัพย์ เกิดทะเลาะวิวาท ไม่รู้จักละอาย ทำให้เสื่อมเสียงชื่อเสียง- ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท = ปัญหาจะเกิดขึ้น เมื่อดื่มสุรา เล่นพนัน คบเพื่อนชั่ว- ถ้าต้องดื่มสุราจริง ๆ ก็รักษาศีลอีก 4 ข้อให้ดี + เพิ่มสัมมาวาจา (ไม่พูดยุยงให้แตกกัน ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ) ก็จะมีโทษน้อยลงหน่อย อาจจะยังไม่เกินเส้นของความประมาทได้- เปลี่ยนวิธีฉลองจากดื่มสุรา เป็นการทำความดี เช่น ให้ทาน ช่วยเหลือคนอื่น ปฏิบัติธรรมQ2: หนี้สิน = บ่วงA: กับดัก = บ่วง = ความยึดถือ- ระบบเศรษฐกิจของโลก เป็นบ่วงของมนุษย์ ทำให้ทุกคนต้องขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน ดอกเบี้ยเป็นตัวบังคับไม่ให้เงินฝืดหรือเงินเฟ้อจนเกินไป - เมื่อติดบ่วงแล้ว ก็อาจนำไปสู่การทำชั่วได้- หนี้ มี 3 ระดับ แต่ละระดับมีทั้งติดบ่วงและไม่ติดบ่วง1) หนี้จากความฟุ่มเฟือย = เกิดจากความยึดถือในสถานะทางสังคม จึงต้องมีรถ มีบ้าน ไปเที่ยวต่างประเทศ ให้ลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์ 2) หนี้จากความจำเป็น = เกิดจากความยึดถือในความจำเป็นนั้น ยิ่งกิเลสมากก็จะเห็นสิ่งที่ไม่จำเป็น กลายเป็นสิ่งจำเป็นได้มาก 3) ไม่มีหนี้ - วิธีแก้บ่วงของมนุษย์ = ให้ละความยึดถือความสุขในโลก (โลกธรรม 8) ไม่ยินดี ในสุข ลาภ ยศ สรรเสริญ และไม่ยินร้าย ในทุกข์ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทาถ้าตอนนี้ยินร้ายเพราะหนี้ ก็เนื่องจากยินดีในเงินที่ยังไม่มี ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงให้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงไว้- มรรค 8 เป็นทางออกของทางหลุดออกจากบ่วง Q3: ความสุขระหว่างวันA: ความสุขระหว่างวันอยู่ที่ปลายจมูก ให้ตั้งสติดูลมหายใจ - ไม่ลืมลมหายใจ = ไม่เผลอ = ไม่เพลิน- ตอนที่มีสติอยู่กับลมหายใจ ก็ยังรับรู้สิ่งรอบตัวไปพร้อมกันได้ แต่จะไม่เผลอ ไม่เพลินไปกับสิ่งนั้น- การตั้งสติ เป็นจุดเริ่มของการหาความสุขที่นี่ เดี๋ยวนี้ - อย่ามองข้ามจมูกของเรา พอเรานึกถึงลมหายใจ ...
    続きを読む 一部表示
    58 分
  • กับดักของมาร [6927-1u]
    2026/06/28
    ช่วงไต่ตามทาง: กับดักเงินกู้- เจ้าของธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่ง เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยตนเองจนประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ต่อมา คิดเพิ่มมูลค่าให้บริษัทด้วยการรับงานใหญ่ขึ้น จึงกู้เงิน แต่เกิดปัญหา มีข้อผิดพลาดในงานมากขึ้น รายจ่ายเพิ่มขึ้น สภาพคล่องทางการเงินเริ่มมีปัญหา ก็กู้เงินเพิ่มขึ้นอีกจนไปถึง 70 ล้านบาท ตอนนี้เครียดมาก- ดอกเบี้ยจากการกู้เงินเป็นกับดัก เป็นบ่วงที่ล็อคไว้ ทำให้ออกมาได้ยาก ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: กับดักของมาร- กับดัก คือ บ่วง- ลิงโง่จะเห็นว่า เหยื่อเป็นอาหาร แต่จริง ๆ แล้วเป็นกับดัก เพราะมีอันตรายซ่อนอยู่กามเป็นกับดักของมาร- กามทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นความสุขที่เกิดจากตา หู จมูก ลิ้น กาย ล้วนเป็นกับดักที่มารวางไว้ในโลกนี้ ทั้งที่เป็นบ่วงของมนุษย์และบ่วงของทิพย์บ่วง/กับดักของมนุษย์- สิ่งต่าง ๆ ที่เห็นว่าดี จริง ๆ แล้วเป็นกับดักของมนุษย์- การกู้เงิน เหมือนว่าจะดี แต่จริง ๆ แล้ว มีกับดักคือ ดอกเบี้ย เป็นอันตรายที่ซ่อนอยู่ ทำให้เกิดโทษคือ ความไม่มีอิสระทางการเงิน อาจนำไปสู่การกระทำใดที่เป็นอกุศลธรรมได้บ่วง/กับดักอันเป็นของทิพย์- บ่วงที่เป็นของทิพย์ คือ ความยึดถือ- แม้แต่คนที่ไม่ได้กู้เงิน ก็มีบ่วงที่เกิดจากความยึดถือในลาภ (สินทรัพย์ เงินทอง ครอบครัว ยศ ตำแหน่ง คำสรรเสริญ ความสุขทั้งหลาย) ซึ่งมีอันตรายซ่อนอยู่เช่นกัน ถ้าเผลอ มัวเมา ประมาท เสพสิ่งเหล่านั้นอยู่ ซึ่งเป็นของไม่เที่ยง เมื่อสิ่งเหล่านั้นเกิดเปลี่ยนแปลงไป ก็จะเกิดทุกข์วิธีหลุดจากบ่วงของมาร- บุคคลที่เห็นโทษของกามหรือโทษของการครองเรือน แล้วออกบวช อาจติดบ่วงที่เป็นทิพย์ได้ ถ้ามีมิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการบรรลุพระนิพพาน)- แต่บุคคลที่หลีกออกจากกามแล้ว ทำความเพียรในการปฏิบัติแล้วโดยไม่ติดบ่วงของมิจฉาทิฏฐิ ปฏิบัติแล้วได้ความสุขจากในภายใน คือ สมาธิขั้นที่ 1-4 - ความสุขจากในภายใน คือ สมาธิ เป็นความสุขที่มารจะมองไม่เห็น มารจะตามไปไม่ได้ - เราจะรอดพ้นจากเงื้อมมือมารได้ ก็ด้วยจิตที่เป็นสมาธิ ให้หาความสุขจากในภายใน อย่าหาความสุขจากภายนอก คือ ...
    続きを読む 一部表示
    1 時間 1 分
  • แม่ฟ้องลูก [6926-1u]
    2026/06/21
    Q1: แม่ฟ้องลูกประพฤติเนรคุณA: ถ้าเรารักษาทิศทั้ง 6 ให้ดี ก็จะไม่มีภัยจากทิศนั้น - ทิศเบื้องหน้าคือ พ่อแม่ ทิศเบื้องหลังคือ ลูก - ถ้าพ่อแม่ลูกมีปัญหากันแสดงว่า ลูกทำหน้าที่ต่อทิศเบื้องหน้าไม่ดี และ/หรือ พ่อแม่ทำหน้าที่ต่อทิศเบื้องหลังไม่ดี- ต้องตั้งจิตให้ดีว่า เราทำหน้าที่ของเราต่อทิศนั้น ๆ ดีแล้วหรือไม่- ถ้าเราทำหน้าที่ของเราในทิศทั้ง 6 ให้ดีแล้ว ความสบายใจ ความไม่เป็นพิษเป็นภัยจากทิศนั้น จะเกิดขึ้นกับเรา จะไม่ถูกบีบคั้น - ถ้าเราปฏิบัติตามธรรม ธรรมจะคุ้มครองเรา ให้เรามีจิตใจที่สบายอยู่ได้ - ลำดับความสำคัญของแต่ละทิศ เป็นความบีบคั้นของผู้ครองเรือนที่ต้องดูแลทิศทั้ง 6 ไปพร้อมกัน แต่มีแนวทางให้เกิดความลงตัวได้ ถ้าบริหารจัดการใน 3 เรื่อง ดังนี้(1) เรื่องเงิน = รายรับต้องท่วมรายจ่าย และแบ่งใช้ใน 4 หน้าที่ คือ เลี้ยงดูคนในครอบครัว เก็บ ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น ทำบุญให้ทานในเนื้อนาบุญ (2) เรื่องเวลา = แบ่งเวลาให้แต่ละทิศ(3) เรื่องความคิด = คิดในการจัดการเรื่องต่าง ๆ เช่น เงินช่วยเหลือผู้ชรา สิทธิรักษาพยาบาล- การดูแลพ่อแม่ สามารถดูแลเองก็ได้ หรือจัดการให้ผู้อื่นกระทำก็ได้- หิริโอตัปปะ เป็นธรรมะเครื่องคุ้มครองโลก- สังคหวัตถุ 4 - การออกบวช ทำให้หลุดออกจากความบีบคั้นของผู้ครองเรือนในทิศทั้ง 6 ได้ Q2: ช่างมัน VS ปล่อยวางA: ถ้ามีโมหะ ก็ไม่ใช่การปล่อยวาง อาจจะเป็นการเก็บกดด้วยซ้ำ- ลำดับนำไปสู่การปล่อยวาง คือ (1) มีสติ(2) จิตสงบเป็นสมาธิ(3) เห็นตามความเป็นจริงซ้ำ ๆ (4) เบื่อหน่าย (นิพพิทา) = เบื่อหน่ายเกิดจากปัญญา ไม่ใช่การเบื่อเซ็งที่จะไปยึดถือสิ่งอื่นต่อไป(5) คลายกำหนัด (6) ปล่องวาง - ถ้าอินทรีย์แก่กล้าก็จะปล่อยวางได้เร็ว- อินทรีย์ 5 ได้แก่ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญาQ3: ปฏิบัติธรรมมานานแต่ติเตียนผู้อื่นA: เมื่อปฏิบัติธรรมแล้ว เห็นธรรมะข้อใดข้อหนึ่ง จะเกิดความรู้สึกว่า ยิ่งบอกธรรมะต่อยิ่งดี อยากให้คนอื่นเข้ามาพิสูจน์รู้ธรรมไปด้วย- การเผยแผ่ธรรมะด้วยการติเตียนผู้อื่น ไม่ดี - การเผยแผ่ธรรมะ มีลักษณะ 5 ประการ ได้แก่ (1) ไม่เทศน์กระทบตนหรือผู้อื่น(2) พูดไปตามลำดับ ไม่ลัดให้ขัดความ(3) ...
    続きを読む 一部表示
    56 分
  • วิธีครองเรือนให้ราบรื่น อยู่เป็นสุข [6925-1u]
    2026/06/14
    ช่วงไต่ตามทาง: พ่อติดเหล้า ติดบุหรี่- พ่อชอบดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ ลูกก็คอยเตือนจนกลายเป็นการจับผิด ต่อมา ลูกไปสอบถามผู้รู้ว่าต้องทำอย่างไร พอได้คำตอบก็เอามาบอกพ่อ เมื่อพ่อรู้ ก็เกิดหิริโอตัปปะ (ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป) จึงเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ ทำให้บรรยากาศในครอบครัวดีขึ้น ไม่มีการจับผิด - พึงระวังพฤติกรรมไม่ดีกลับมา เพราะกิเลสอยู่ในใจอาจกลับมาได้ทุกเมื่อช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “วิธีครองเรือนให้ราบรื่น อยู่เป็นสุข”ประการที่หนึ่ง ชำนาญในอารมณ์ความรู้สึกของตน- ถ้าโกรธ ก็ให้ใจเย็นมีเมตตา ถ้ากลัว ก็ให้มีความกล้า ถ้ามีความอยากในสิ่งใด ก็ให้เห็นตามความเป็นจริงว่าสิ่งนั้นไม่เที่ยงเป็นสิ่งปฏิกูล ถ้าถูกอิจฉา ก็ให้มีความกรุณา ถ้าถูกต่อว่า ก็ให้มีเมตตา ถ้าริษยาผู้อื่น ก็ให้มีมุทิตา- เมื่ออารมณ์เสีย ต้องรู้จักวิธีระบายอารมณ์ ถ้ายังปรับเปลี่ยนทำใจให้ดีในทันทีไม่ได้ ก็ต้องหาคนรับฟังที่รับอารมณ์ของตนได้ประการที่สอง เก่งในการงานและการเงิน- ทำงานอย่าหวังเอาเงิน แต่ให้หวังเอางาน เพราะถ้าหวังเอาเงิน เงินจะใช้เราทันที จะตกเป็นทาสของเงิน กิเลสจะทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา- ความสำเร็จเป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช่ตัวเลขของเงิน- เงินที่ได้มาต้องหามาอย่างถูกต้องตามธรรม- อย่าตกเป็นทาสของเงิน อย่าตระหนี่- ต้องละอบายมุข เพื่อไม่ให้เงินรั่วไหล- ให้แบ่งจ่ายทรัพย์ออกเป็น 4 หน้าที่(1) เพื่อใช้จ่ายในครอบครัว(2) เก็บรักษาหรือนำไปลงทุน(3) เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น บริจาค(4) เพื่อหวังเอาบุญ – ทำบุญในเนื้อนาบุญ- ในเรื่องการงาน ต้องทำการงานให้ดีที่สุด จนเขาเก็บเราไว้ในตำแหน่งนั้นไม่ได้ ต้องเลื่อนตำแหน่งให้ ถ้าเจ้านายหรือบริษัทนี้ไม่เห็น ก็ต้องมีคนเห็น ให้ย้ายไปได้- ความเพียรในงาน ไม่ใช่ความเครียดประการที่สาม เก่งในเรื่องคนรอบตัว- ให้ปฏิบัติตามทิศ 6 (1 บิดามารดา = ถ้ายังอยู่ ให้เลี้ยงท่านตอบ ช่วยกิจการงาน ปฏิบัติตัวให้ดี ดำรงวงศ์สกุลให้ดี(2) ครูอาจารย์ = เข้าไปปรนนิบัติ ศึกษาศิลปวิทยา โดยความเคารพ นอบน้อม แม้จะไม่เห็นครูอาจารย์ก็ตาม(3) สามี ภรรยา ลูก = ...
    続きを読む 一部表示
    57 分
  • ความสุขง่าย ๆ ในทุกวัน [6924-1u]
    2026/06/07
    Q1: อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์A: “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” ระดับในการตระหนักรู้ในเรื่องนี้ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ท่านเปรียบกับม้าอาชาไนยที่ถูกฝึก 4 ระดับ (1) สังเกตปฏักแล้วทำตามคำสั่ง = ดูข่าวแล้วเห็นความไม่แน่นอน(2) ทำตามเมื่อถูกปฏักสะกิด = เห็นเหตุการณ์เกิดขึ้นตรงหน้า(3) ทำตามเมื่อถูกปฏักทิ่มหนัง = ผู้เสียชีวิตเป็นคนรู้จัก (4) ทำตามเมื่อถูกปฏักทิ่มลึกถึงกระตูก = เป็นผู้ประสบอุบัติเหตุนั้นเอง แต่บาดเจ็บรอดมาได้- ทำวันนี้ให้ดีที่สุด = ต้องฝึกสติให้มีกำลัง คิดถึงความดีของตน อย่าคิดถึงความไม่ดีQ2: ลำดับความสำคัญในชีวิตA: ถ้าเป็นพระ = ศีล- ถ้าเป็นฆราวาส = ศีล + ศรัทธา + ทิศ 6 + อิทธิบาท 4 + พรหมวิหาร 4Q3: วิธีทำใจกับความผิดหวังA: ต้องมีที่ยึดเหนี่ยวทางใจ คือ (1) พุทโธ = ทางออกของปัญหาต้องมี(2) ธัมโม = เส้นทางในการแก้ปัญหา(3) สังโฆ = ถ้าปฏิบัติตามเส้นทางนั้น ปัญหาจะถูกแก้ไข- ผลของความทุกข์มี 2 แบบ คือ จมอยู่ในกองทุกข์ หรือหาทางออกของความทุกข์นั้นQ4: การยุ่งเรื่องคนอื่นมากA: ความสุขทางกาย เช่น กินอิ่ม นอนหลับ เป็นเรื่องจำเป็น แต่อย่าเอาเป็นหลัก- ให้เอาความสุขทางใจ เป็นหลัก- การยุ่งเรื่องคนอื่นมาก รวมถึงการเล่นโซเซียล จะทำให้ความสุขทางใจลดลงQ5: ความสุขง่าย ๆ ในทุกวันA: ต้องมีสติ ไม่ให้จิตเพลินไปตามอารมณ์ที่เกิดขึ้น เช่น อารมณ์โกรธ ไม่พอใจ- โดยใช้เครื่องมือให้เกิดสติ เช่น ดูลมหายใจ ภาวนาพุทโธ พรหมวิหาร 4 Q6: สวดงานศพกี่วันA: พระพุทธเจ้าไม่ได้กำหนดจำนวนวันไว้- งานศพ จัดเพื่อคนเป็น ไม่ใช่คนตาย- จำนวนวัน กำหนดโดยคนที่อยู่ ตามความสบายใจ การได้เห็นสมณะ ฟังธรรม ให้ทาน เป็นบุญ ทำให้จิตใจสงบQ7: เวลาน้อยแต่ต้องการปฏิบัติธรรมA: ให้การปฏิบัติธรรมอยู่ในกิจวัตรประจำวันได้ ให้มีสติอยู่ในทุกอิริยาบท โดยไม่จำกัดเฉพาะรูปแบบการนั่งสมาธิQ8: กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์A: “ศรัทธา” ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง = เอาสิ่งนั้นเป็นที่พึ่ง- “ที่พึ่งที่ช่วยให้พ้นทุกข์” = พระพุทธ (การตรัสรู้) พระธรรม (มรรค 8) พระสงฆ์ (ผู้ที่ทำได้แล้ว) Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
    続きを読む 一部表示
    54 分
  • วิธีอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก [6923-1u]
    2026/05/31
    ช่วงไต่ตามทาง: ผู้ชายเคยให้ผู้หญิงไปทำแท้ง- ชายท่านหนึ่งอายุ 39 ปี ในชีวิตประจำวัน มีความวุ่นวายใจ ทั้งงาน เพื่อน ครอบครัว อารมณ์ขึ้นลง ไม่มีความสงบ- ช่วงวัยรุ่นเคยทำผู้หญิงท้องแล้วให้ไปทำแท้ง ผิดศีลไปแล้ว ทำให้เกิดความร้อนใจ- จึงพยายามแก้ไขด้วยการตั้งจิตขึ้นใหม่ สมาทานศีล ตั้งใจว่าทุกวันจากนี้จะรักษาศีลให้ดี แผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เคยเบียดเบียน ทั้งหญิงคนนั้น เด็กที่เสียไป ผู้เกี่ยวข้องกับการทำแท้ง และให้ทานทุกวัน พอครบวันเกิดก็เอาไปทำบุญในเนื้อนาบุญ- ชายคนนี้ทำทั้งทาน ศีล ภาวนา เป็นเวลาปีกว่า ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ใจเย็นลง มีความผาสุกมากขึ้น ปัญหายังมีแต่อารมณ์ไม่แปรปรวนเหมือนก่อน- ดังนั้น ทุกปัญหาแก้ไขได้ ถ้าปฏิบัติตามมรรค 8 อย่างน้อยจิตใจจะมีความผาสุกได้อย่างแน่นอนช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “วิธีอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก”- ตรงไหนไม่ผาสุก แสดงว่าตรงนั้นไม่มีธรรมะ ต้องใส่ธรรมะลงไปในจุดที่เป็นปัญหา จึงต้องรู้จักสังเกตเครื่องหมายหรือนิมิตในเรื่องนั้น ๆ- การอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก ไม่ว่าจะในวัด บริษัท องค์กรใด ๆ หรือครอบครัว ต้องปรับจิตปรับใจเข้าหากัน ตั้งทิฏฐิความเข้าใจไว้ให้ถูกต้อง- “ธรรมวินัย” เป็นเบ้าหลอมจิตใจที่มีความแตกต่างกัน ให้มารวมกันได้ “การให้ธรรมะ” ไม่จำเป็นต้องให้สิ่งของหรือคำพูด เพียงแค่ปฏิบัติตามธรรม ก็ชื่อว่าให้ธรรมะแล้ว(1) เมตตา = ให้มองด้วยสายตาของคนที่รักกัน มีเจตนาที่ดีต่อกัน (2) กรุณา(3) อุเบกขา(4) ถ้าทำ 3 ข้อข้างต้นไม่ได้จริง ๆ ก็อย่าไปคิดถึงเขา ให้คิดเรื่องอื่น มองให้เห็นข้อดีของผู้อื่นพระสารีบุตรบอกไว้ว่า เมื่อเห็นข้อไม่ดีของผู้อื่น ให้หาข้อดีของเขาให้เจอ ไม่ว่าจะเป็นทางกาย ทางวาจา หรือทางใจ เพื่อพัฒนาจิตของเรา อย่าไปอาฆาตพยาบาทหรือไม่พอใจเขา แต่ให้ตั้งไว้ด้วยความเมตตา ถ้าเขาไปมืดแล้ว เราอย่าไปมืดตามเขา ให้จิตใจเราไปในทางสว่าง “สาราณียธรรม 6” (1) เมตตาทางกาย(2) เมตตาทางวาจา(3) เมตตาทางใจ(4) แบ่งปันสิ่งของให้กันและกัน(5) มีศีลเสมอกัน(6) มีทิฏฐิเสมอกันชนะใจตนเอง- เอาชนะจิตใจตัวเอง ...
    続きを読む 一部表示
    1 時間 2 分