• จากปัญหาสู่ปัญญา [6906-7q]
    2026/02/07

    Q: ธรรมะกับการเลือกตั้ง

    A: เลือกคนดี เครื่องหมายของคนดี คือ ”การกระทำทางกาย” ไม่ผิดศีล ไม่ซื้อเสียง “การคิด” ไม่คิดเบียดเบียน ไม่พยาบาท “การพูด” มีสัมมาวาจา ให้คนดีมีอำนาจ


    Q: ขุมทรัพย์แห่งใจ จุดแสงแห่งปัญญา

    A : ปัญญา 3 อย่าง คือ

    1) ปัญญาที่เกิดจากศรัทธา

    2) ปัญญาที่เกิดจากสมาธิ มีส่วนที่เกิดจากการฟัง ทั้งส่วนมิจฉาและสัมมาแล้วนำมาพิจารณาเปรียบเทียบส่วนเหมือนส่วนต่าง เป็นส่วนของจินตมยปัญญา

    3) ปัญญาที่เกิดจากญาณ คือการรู้ เป็นส่วนของภาวนามยปัญญา ทั้งหมดนี้จะเกิดได้ต้องมีอินทรีย์ 5 และส่วนที่จะทำให้หลุดออกนอกมรรค 8 คือมนต์เครื่องกลับใจ 12 อย่าง สิ่งที่ควรทำสิ่งที่ควรเว้น, มุมมองคู่ตรงข้ามไม่ควรทำ, 10 ประการที่เข้าใจผิดและทิฎฐิ 62

    Q: เปลี่ยนมุมมองต่อปัญหาให้กลายเป็นปัญญาในกรณีคุณแม่จากไป

    A: เอาประโยชน์ 3 อย่าง มาพิจารณาก่อนที่เราจะเริ่มคิด ให้เราตั้งศรัทธาไว้ในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ความผาสุกเกิดขึ้นกับชีวิตเราได้ให้เชื่ออย่างนี้ ด้วยการปฏิบัติตามมรรค 8 ด้วยการลงมือทำ ทำสิ่งที่ควรทำเว้นสิ่งที่ควรเว้น เราต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น ไม่คิดถึงเรื่องที่ผิดพลาดไปแล้ว แต่เรียนรู้จากประสบการณ์ สิ่งที่ควรทำคือระลึกถึงความดีของท่าน ทำบุญให้ท่าน ให้อภัยตัวเองและผู้อื่นที่ช่วยคุณแม่ทุกคน ถ้าเราไม่ทำตามสิ่งที่ควรทำควรเว้น ปัญญาญาณจะไม่เกิด ความผาสุกจะไม่มา เมื่อเราลงมือทำกุศล อกุศลจะปรับไป ปรับมา จนกระทั่งลงตัว กระบวนการนี้เป็นภาวนามยปัญญา จนเว้นได้แล้วที่จะไม่คิดไม่ดีต่อตัวเอง

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    続きを読む 一部表示
    57 分
  • ธรรมทาน ทำธรรมให้เห็น [6905-7q]
    2026/01/31

    Q: ทานในอนุปุพพิกถาเป็นทานประเภทไหน?

    A: อามิสทาน/เป็นลักษณะการสละออก ทานโดยใช้สิ่งของภายนอก ทั้งนี้ เราทำอะไรทางกาย ก็มีผลทางใจด้วย เพราะกาย วาจา ใจ มันเกี่ยวเนื่องกัน เราสละสิ่งที่เป็นอามิส กิเลส ราคะ โทสะ โมหะ ก็จะลดลงด้วย


    Q: อภัยทานกับอโหสิกรรม เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?

    A: ในความหมายของภาษาไทยนั้นนำมาใช้แทนกันได้ โดย อโหสิกรรม จะมีอุเบกขา นำ เน้นมาในทางไม่ผูกเวรต่อ อภัยทานมีเมตตากรุณานำ โดยทั้ง 2 อย่างนั้น สำคัญที่ใจต้องไม่ผูกโกรธ


    Q: บุญที่เกิดจากอภัยทานกับธรรมทาน เหมือนหรือต่างจากบุญที่เกิดจากอามิสทานอย่างไร?

    A: การให้ทานล้วนเป็นบุญทั้งสิ้น จะเหมือนหรือแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้สิ่งไหน อยู่ที่ผู้ทำและผู้รับด้วย


    Q: อดทนต่อคำด่า ไม่โต้ตอบแล้วทำให้คนที่ด่าโกรธมากขึ้น จะเป็นการเพิ่มอกุศลกรรมให้กับคนที่ด่าหรือไม่ ควรทำอย่างไร?

    A: สิ่งที่ควรทำ คือ อดทน ไม่โต้ตอบ ทำด้วยเจตนาที่ดี/คนไม่ดี พอเห็นความดีแล้วไม่พอใจ ก็เป็นธรรมดา ด้วยอำนาจโมหะเขาจึงโกรธมากขึ้น จะสุขหรือทุกข์เป็นผลที่เกิดจากโมหะของเขาเอง


    Q: ลักษณะของวาจาด่าทอว่าร้าย 5 คู่

    A: 1) ว่าด้วยเรื่องที่จริง-ไม่จริง 2) เป็นประโยชน์-ไม่เป็นประโยชน์ 3) คำอ่อนหวาน-คำหยาบคาย 4) จิตมีโทสะ-จิตมีเมตตา และ 5) ถูกเวลา-ไม่ถูกเวลา


    Q: เพราะอยากดังจึงกล่าวเท็จทั้งที่รู้ว่าเป็นเรื่องไม่จริง บาปมากน้อยอย่างไร?

    A: เขาจะพูดอย่างไร เป็นเรื่องของเขา แต่เราต้องรักษาตนเอง โดยให้มีเมตตา กรุณา อุเบกขา ให้เขามากขึ้น


    Q: อุปกิเลส 16 ประการ

    A: ตามนัยยะของ อุปมาว่าด้วยผ้า ”วัตถูปมสูตร” จิตจะมีเครื่องเศร้าหมอง 16 อย่าง คือ 1) โลภ เพ่งเล็งอยากได้ 2) พยาบาท 3) โกรธ 4) ผูกโกรธ 5) ลบหลู่คุณท่าน 6) ตีเสมอ 7) ริษยา 8) ตระหนี่ 9) มารยา 10) โอ้อวด 11) หัวดื้อ 12) แข่งดี 13) มานะ 14) ดูหมิ่น 15) มัวเมา 16)ประมาท

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    続きを読む 一部表示
    57 分
  • ธรรมะรับอรุณ Live : ตอบคำถามร่วมจุดแสงแห่งปัญญา [6904-7q_Live]
    2026/01/25

    ธรรมะรับอรุณ Live : วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569 เป็นการตอบคำถามสดประจำปี ปูทางจากศรัทธา สมาธิ สู่ปัญญา


    Q:สามารถถวายสังฆทานพระที่ผ่านหน้าบ้านได้หรือไม่

    A:ทานคือการให้ สังฆทานคือการให้โดยไม่เจาะจง ควรตั้งจิตว่าทานนี้ถวายในสงฆ์ทั้งสี่ทิศ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข โดยมีภิกษุรูปนี้เป็นตัวแทน จะได้ทั้งพุทธ ธัม สงฆ์ บุญมากหรือน้อยยังขึ้นอยู่กับคุณสมบัติผู้ให้และผู้รับ เมื่อตั้งจิตแบบนี้จะกว้างขวาง เพราะเราไม่ทราบคุณสมบัติผู้รับ


    Q:อานิสงส์การธุดงควัตรคืออะไร

    A:มาจากคำว่าธุตงฺค เป็นการขูดเกลากิเลสอย่างยิ่ง สามารถปฏิบัติได้ทุกที่ เป็นประโยชน์ทั้งตนเองและผู้อื่น และยังทำให้คำสอนนี้ตั้งอยู่ได้นาน

    Q: วิธีขจัดความกลัวผีทำอย่างไร

    A:ความกลัวมีสองอย่างคือที่เป็นกุศลและอกุศล ให้ตั้งสติในกุศล พราะผีคือกิเลส ขจัดอวิชชาออกไป


    Q:การใส่บาตรหน้าบ้านมีผลดีอย่างไร

    A:การให้ทานรูปแบบไหนดีทั้งนั้น การใส่บาตรคือการให้ชีวิต ต่ออายุ ผู้ให้อายุคือให้ความสุข ย่อมได้รับความสุขกลับคืน และเป็นการละความตระหนี่


    Q:บุญที่ยกให้คนอื่น บุญเราจะหมดหรือไม่

    A:ยิ่งให้ยิ่งได้ เป็นอริยทรัพย์

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    続きを読む 一部表示
    59 分
  • ผาสุกเพราะเข้าใจ [6903-7q]
    2026/01/17

    Q: กรวดน้ำควรทำหรือไม่และมีที่มาอย่างไร?

    A: บุญสำเร็จได้ที่ใจ สำคัญที่เจตนา ตั้งจิตให้ดี อย่าให้จิตเป็นอกุศล จะมีน้ำหรือไม่มี ก็ไม่เป็นไร

    Q: ทำไมคนเราจึงโหยหาความรัก ทำอย่างไรจึงจะอยู่ด้วยตนเองได้?

    A: ธรรมชาติของจิตที่ยังไม่ได้ฝึก มักจะไหลไปตามกระแส วิ่งเข้าหาสุข วิ่งหนีความทุกข์ ที่จิตเป็นอย่างนี้เพราะมีตัณหา พอมีตัณหาจึงมีอุปาทาน ความเพลินความพอใจเกิดตรงนี้ จึงมีคำว่า “รักสุขเกลียดทุกข์” พอเราถูกบีบคั้นกดดันจากตัณหาอวิชชา ก็จะทำให้เราโหยหาความรัก สภาวะแบบนี้เรียกว่าทุกข์สุข แบ่งเป็น “กามสุข” คือ สุขที่ต้องอาศัยปัจจัยภายนอก และ “เนกขัมมะสุข” คือ สุขที่เกิดจากในภายใน เช่น การนั่งสมาธิฯ พอเราแยกสุขที่ต้องอาศัยปัจจัยภายนอกและสุขที่เกิดจากในภายในได้ เกิดปัญญา มีศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา คือมีอินทรีย์ 5 พละ 5 รักตัวเอง ก็จะทำให้เราอยู่ผาสุกได้ แม้จะมีสุขเวทนาหรือทุกขเวทนา เราจะสามารถอยู่เหนือมันได้

    Q: ความรักความยึดติดในสิ่งที่รักต่างกัน มีวิธีแก้ไขและช่วยอย่างไร?

    A: ความยึดติดคืออุปาทาน ที่จำกัดมุมมองเราไว้เพียงจุดเดียว การแก้ไขคือการใช้ปัญญาแยกแยะสัมมาทิฎฐิกับมิจฉาทิฎฐิ เพื่อให้เห็นความจริง ไม่ได้เห็นเพียงแค่ตรงจุดที่ยึดถือ

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    続きを読む 一部表示
    57 分
  • คลายปมด้วยพรหมวิหารสี่ [6902-7q]
    2026/01/10

    Q: กรวดน้ำให้คนหมู่มาก ผลบุญที่ไปถึงจะน้อยลงตามจำนวนคนหรือไม่?

    A: การแผ่เมตตาเป็นนาม เปรียบเหมือนการต่อเทียน ยิ่งต่อยิ่งสว่าง ไม่ได้คำนวณเหมือนคณิตศาสตร์ ที่เราแผ่เมตตานั้นดีแล้ว อย่าไปคิดว่ามากหรือน้อย ถ้าเราตั้งจิตไว้ด้วยดี คือดีอยู่แล้ว และนอกจากการให้ทานแล้ว ก็ยังมีบุญที่เกิดจากการรักษาศีลและการภาวนา ที่จะเป็นบุญที่ละเอียดยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก

    Q: แผ่เมตตาให้แม่แล้วหงุดหงิด ควรแก้ไขอย่างไร?

    A: การที่เรานั่งสมาธิแล้วแผ่เมตตานั้นเรามาถูกทางแล้ว แต่ที่ยังไปต่อไม่ได้ เพราะยังคลายปมในใจยังไม่ได้ เราจะคลายปมได้ด้วยการตั้งจิตให้มีพรหมวิหาร 4 นึกถึงเรื่องที่ทำให้เรามีอารมณ์แบบนั้น เช่นนึกถึงพระพุทธเจ้าที่ท่านเมตตาต่อสรรพสัตว์อย่างไม่มีประมาณหรือในหลวงที่ท่านเมตตากรุณาต่อราษฎร นึกถึงอย่างนี้แล้ว ให้เรา “ตั้งจิตไว้ด้วยกับกรุณา” หมายความว่า ถึงเขาจะทำไม่ดีกับเรา เราก็ไม่ปรารถนาให้เค้าได้ไม่ดี เราปรารถนาให้เขาพ้นจากทุกข์ “ตั้งจิตไว้ด้วยกับเมตตา” ระลึกถึงพระพุทธเจ้าที่ท่านมีเมตตาต่อสรรพสัตว์ “ตั้งจิตไว้ด้วยกับอุเบกขา” คือความวางเฉย เหมือนผืนดินผืนน้ำ ตั้งจิตไว้ด้วยกรุณา เมตตา มุทิตา อุเบกขา มาจ่อไว้ในจิตใจเรา เพ่งจดจ่อ แล้วแผ่ไปยังสัพสัตว์ทั้งหลายผ่านแม่ของเรา ทำบ่อย ๆ จะช่วยคลายปมได้แน่นอน

    Q: เมื่อยังวิ่งหนีทุกข์ ไล่ตามสุขอยู่ ควรมีธรรมะข้อใด?

    A: ในความหมายแบบธรรมะ “ทุกข์” หมายถึง ทุกขอริยสัจ “หนี” ในที่นี้หมายถึงกำจัดตัณหา “สุข” คือการพ้นจากการเกิด หรือมองในมุมที่ไปหาสุขในสมาธิ สุขในทางเนกขัมมะ ธรรมะที่จะช่วยเราปรับเปลี่ยนได้ ก็คือ “อริยสัจ 4” ความรู้ ความเข้าใจ มุมมองจากอริยสัจสี่คือปัญญา ที่จะช่วยให้เราหนีทุกข์ไปถึงสุขได้

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    続きを読む 一部表示
    58 分
  • ปัญญาญาณรู้ได้ด้วยตน [6901-7q]
    2026/01/03
    Q: จิตที่คิดถึงกามสุขกับเนกขัมมสุข มีผลต่างกันอย่างไร?A: จิตที่คิดถึง กามสุข เป็นสุขที่ต้องอาศัย หู ตา กาย ลิ้น ใจ ยังเกี่ยวเนื่องด้วยกาม มีความเสี่ยงสูงเพราะหากนึกถึงสิ่งที่ชอบแล้วไม่ได้ครอบครองจะกลายเป็นความเศร้าหมองทันที ต่างจากจิตที่คิดถึง เนกขัมมสุข ซึ่งเป็นสุขจากภายในที่เกิดจากการสละออกและการนึกถึงบุญกุศล ทั้งทาน ศีล ภาวนา ที่เราเคยทำ จะช่วยให้ใจละเอียดขึ้น สะอาดขึ้น การฝึกเปลี่ยนจากการยึดติดในบุคคลหรือทรัพย์สิน ก็ให้เราพิจารณาตามความเป็นจริง ว่าเราเอาอะไรไปไม่ได้ คนไหนทำกรรมอย่างไรเขาก็จะได้รับผลของกรรมอย่างนั้นอยู่แล้ว ให้ตัดความกังวล Q: ศรัทธาหรือปัญญาจะหายไปก่อนกันเมื่อธรรมหายไปจากโลกเทียบตามนิคัณฐานาฏปุตตสูตรA: จิตคหบดี เขาไม่ต้องเชื่อตามผู้อื่นในคำสอนของศาสดาตน เพราะทำได้ด้วยตัวเองแล้ว เพราะทำสมาธิแล้วฌานเกิด โดยเริ่มจากการพัฒนาอินทรีย์|พละ 5 การบ่มอินทรีย์|อินทรีย์ 5 ซึ่งปัญญาจะตามอยู่กับทุกส่วนตลอด ทั้งปัญญาที่เกิดจากการฟัง ปัญญาที่เกิดจากการพิจารณา และปัญญาที่ถึงแล้วจึงรู้ได้แล้วจึงรู้แจ้ง ตรงนี้คือ ญาณที่ถึงแล้วจึงรู้ Q: สภาวธรรมคืออะไร?A: คำว่า "สภาวธรรม" ไม่มีปรากฏในพุทธพจน์โดยตรง แต่ในทางปฏิบัติหมายถึง "สิ่งที่จิตรับรู้ได้จริงในขณะนั้น" โดยเทียบเคียงได้กับเวทนาหรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการทำสมาธิ เช่น เมื่อเข้าถึงฌานที่ 1 สภาวธรรมที่รับรู้ได้ ก็คือ วิตก วิจาร ปีติ และสุข ซึ่งเป็นประสบการณ์ตรงที่ผู้ปฏิบัติสามารถสัมผัสและยืนยันได้ด้วยตน Q: ปัจจัยอะไรที่ทำให้มีมิจฉาทิฏฐิ และในทิฏฐิ 62 ทิฏฐิใดที่ร้ายแรงที่สุด?A: มุมมองคือความเข้าใจ แล้วทำให้คิดต่อไปเป็นอย่างนั้น หากคิดแล้วทำไปแล้วเป็นอกุศล มุมมองนั้นเป็น ”มิจฉาทิฐิ” แต่หากมุมมองที่ทำให้คิดต่อไปทำต่อไปแล้วเป็นกุศล มุมมองนั้นเป็น “สัมมาทิฐิ” เพราะฉะนั้นเมื่อเรามองสิ่งใดก็ให้มีการทำในใจโดยแยบคาย ทำในใจด้วยความคิดที่เป็นระบบของอริยสัจสี่ เพราะถ้าคิดไม่เป็นระบบจะฟุ้งซ่าน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
    続きを読む 一部表示
    59 分
  • สมาธิกีฬา [6852-7q]
    2025/12/27

    Q: ฟังธรรมแล้วง่วงควรแก้ไขอย่างไร?

    A: "จิตเมื่อตริตรึกสิ่งไหน สิ่งนั้นจะมีพลัง" หากเราง่วง แสดงว่าเราไม่ได้จดจ่อที่การฟังธรรม ก็ให้เราเปลี่ยนมาจดจ่อที่การฟังธรรมให้มากขึ้น หรือแก้ไขด้วยการเปลี่ยนอิริยาบถ และอีกวิธีคือการทำสมาธิให้ลึกยิ่งขึ้น เมื่อเราไม่ใส่ใจกับความง่วง ความง่วงก็จะหายไป

    Q: โลกนี้ โลกหน้า คืออะไร และการไปถึง

    A: โลกหน้าเปรียบเสมือน "วันพรุ่งนี้" ที่แม้จะยังมาไม่ถึงหรือมองไม่เห็นในตอนนี้ แต่ก็มีอยู่จริง การเชื่อว่าโลกหน้ามีจริงเป็น "สัมมาทิฐิ" ที่ช่วยให้เราสำรวมระวังในการใช้ชีวิต เพราะถ้าเชื่อว่าโลกหน้ามี เราจะเร่งทำความดีในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลดีทันทีในชาตินี้ และเป็นหลักประกันหากมีชาติหน้าจริง ในทางกลับกันหากไม่เชื่อ (มิจฉาทิฎฐิ) เราอาจเผลอทำชั่ว เพราะคิดว่าไม่มีผลตามมา

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    続きを読む 一部表示
    58 分
  • ผลของอิทธิบาท 4 [6851-7q]
    2025/12/19

    Q: ในสมัยพระพุทธเจ้าองค์อื่น ๆ มีการปลงอายุสังขาร แล้วมีผู้ที่มาอาราธนาทูลขอให้เจริญอิทธิบาท 4 เพื่อต่ออายุให้ยืนได้ถึง 1 กัป หรือไม่?

    A: หากท่านได้ปลงอายุสังขารแล้ว แม้จะมีการอาราธนาทูลขอ ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพราะท่านได้ปลงอายุสังขารแล้ว

    Q: ถ้าบรรลุโสดาบันขั้นผลแล้ว จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่? จะต่างกับปุถุชนที่มีความเลื่อมใสทั่วไปอย่างไร?

    A: โสดาบันขั้นผล สามารถเร่งความเพียร ให้เป็นอริยะบุคคลที่สูงขึ้นไปอีกได้ ความต่างระหว่างโสดาบันกับปุถุชน คือ โสดาบันขั้นผลจะละสังโยชน์ 3 อย่างได้ เมื่อเกิด ราคะ โทสะ โมหะ จะไม่ทำผิดศีล ส่วนปุถุชนเมื่อไม่มีความเลื่อมใส ความละอายต่อบาป ก็จะล้นออกมา ทาง กาย วาจา ใจ ความเหมือน คือทั้งปุถุชนและโสดาบัน มีเวทนาเหมือนกัน

    Q: การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ใช้กับสิ่งที่เป็นธรรมชาติใช่ไหม หรือรวมถึงสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วย

    A: ใช้ได้กับทุกอย่าง สิ่งที่เป็นธรรมเครื่องปรุงแต่งทั้งหมด มีความเป็นอนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา สิ่งที่สามารถยึดถือโดยความเป็นตัวตนได้ นั่นคือ มีคุณสมบัติของการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    続きを読む 一部表示
    57 分