• กับดักของความอยาก [6929-7q]
    2026/07/18

    Q: ขอคำแนะนำให้กับคนที่มีความเครียด กดดัน มีอาการซึมเศร้า

    A: หากเรามีความอยากที่มากเกินไป นั่นคือตัณหา ความเพียรที่ไม่มีความอยาก คือการทำไปตามเหตุ เช่น เราจะทำได้ยังไง ควรวางแผนอย่างไร ด้วยอิทธิบาท 4 โดยใส่สติลงไปในการงาน มีสมาธิเป็นปธานกิจ ทำงานไปตามเหตุ และเพิ่มความเมตตา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในการทำงาน มีความสามัคคี งานนั้นจะสำเร็จได้

    Q: การใส่บาตรให้พระสงฆ์ที่เลือกรับของในบาตร จะได้บุญหรือไม่?

    A: ได้บุญ เพราะเราตั้งจิตไว้แล้ว และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น เราควรตั้งจิตไว้ว่า “เราถวายพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ตั้งจิตว่าจะถวายพระอริยะเจ้าทั้งหลาย โดยมีพระภิกษุสงฆ์รูปนี้ เป็นตัวแทนในการรับ” พอเราตั้งจิตไว้ถูก บุญที่ได้จะมาก

    Q: เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราภาวนาเป็นหรือไม่เป็น?

    A: การภาวนาคือการพัฒนา เป็นการทำให้เจริญ เมื่อเราภาวนาต้องได้ผลอย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน ท่านได้พูดถึงกำลังของพระเสขะที่ประกอบไปด้วยศรัทธา หิริ โอตตัปปะ วิริยะ และปัญญา การที่เรานั่งสมาธิแม้จะยังไม่ได้สมาธิ แต่เราก็ได้ความเพียร ความเพียรก็มาจากศรัทธา เรามีศรัทธามีความเพียร เกิดการลงมือทำจริง ความเพียรเราก็เพิ่ม ศรัทธาเราก็เพิ่ม ให้เราฝึกฝนทักษะจะพัฒนาก้าวหน้าได้

    Q: มีวิธีการจัดการกับความอิจฉาริษยาอย่างไร?

    A: ใช้คุณธรรมคือมุทิตา แปลว่า ความยินดีที่เขามีความสุข ยินดีที่เขาได้ความสำเร็จ

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    続きを読む 一部表示
    58 分
  • สมาธิแบบมองมุมกลับ [6928-7q]
    2026/07/11

    Q: จุดของการทำสมาธิแบบมองมุมกลับ Inversion อยู่ที่ตรงไหน?

    A: การพิจารณาตรงนี้อยู่ในส่วนของวิปัสสนา จิตต้องมีสติและสมาธิแล้วจึงพิจารณา คิดด้วยสติสัมปชัญญะคือจำลองสถานการณ์ เพื่อที่ว่าเมื่อเราเจอสิ่งที่ไม่น่าพอใจ พลัดพรากจากสิ่งที่น่าพอใจแล้ว เราจะมีสติมีสมาธิได้ ไม่เพลินไปกับสิ่งที่ไม่น่าพอใจนั้น

    Q: กังวลใจกลัวการมองไม่ดีจากคนรอบข้าง ควรทำอย่างไร?

    A: ความกังวลเกิดจากอุปาทานความยึดมั่นในตัวตน วิธีแก้ไข คือ 1) มองเห็นเป็นอนัตตาว่าเราจะดีหรือไม่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำพูดของคนอื่น และ 2) วางใจเป็นอุเบกขา แผ่เมตตา ไม่คิดร้ายต่อเขา แล้วมุ่งมั่นทำความดีต่อไป เราจะข้ามเรื่องนี้ได้

    Q: ขอทราบข้อมูลการสมัครเข้าปฏิบัติธรรม

    A: สถานที่ “วัดภูทอก” จ.บึงกาฬ จัดระหว่างวันที่ 26 พ.ย. – 6 ธ.ค. 69, “อาศรมมาตา” จ.นครราชสีมา จัดระหว่างวันที่ 1 พ.ค.70 – 9 พ.ค. 70, “ยุวพุทธิกสมาคม” (รอแจ้ง) โดยท่านผู้ฟังที่สนใจเข้าคอร์สปฎิบัติธรรม สามารถสมัครได้ทางเว็บไซต์และติดตามข่าวสารได้จากทางรายการ

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    続きを読む 一部表示
    59 分
  • นิพพานกับความตาย [6927-7q]
    2026/07/04
    Q: เมื่อคิดฟุ้งซ่านเวลาเดินจงฺกมA: อานิสงส์ของการเดินจงกรม คือ สมาธิที่ได้จากการเดินตั้งอยู่ได้นาน เวลาเดินให้เรากำหนดหมายเดินไปเดินกลับ ถ้าเราคิดฟุ้งซ่านก็ดึงสติกลับมา ไม่จำเป็นต้องหยุดเดิน Q: นั่งสมาธิแล้วเกิดอาการคันตามตัว?A: วิธีแก้มี 2 วิธี คือ 1) ทุกขาปฏิปทา เอาจิตจดจ่อ เห็นทุกข์ เห็นความไม่เที่ยงในสิ่งนั้น และ 2) สุขาปฏิปทา คือ ไม่เอาใจใส่ไปในมัน เข้าสมาธิให้ลึกลงไป ทั้งนี้ การที่เราจะวางได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับอินทรีย์ 5 ว่าแก่กล้าหรืออ่อน Q: เมื่อเกิดมีปีติมากล้น จะปล่อยวางได้อย่างไร?A: ใช้วิธีสุขาปฏิปทาหรือทุกขาปฏิปทา ให้เห็นถึงความไม่เที่ยง เพื่อการปล่อยวางความปิติ ฝึกทำบ่อย ๆ ปิติจะดับไป Q: จำเป็นหรือไม่ที่ต้องสวดมนต์หน้าพระพุทธรูป?A: สามารถสวดมนต์ที่ไหนก็ได้ Q: ฝึกทำสมาธิแล้วไม่ได้สมาธิ ได้แต่ความเพียร?A: พละ 5 คือ กำลังของคนที่ศึกษาอยู่ (เสขะ) ประกอบด้วย 1) ศรัทธา 2) หิริ 3) โอตตัปปะ 4) ความเพียร 5) ปัญญา ให้เราทำไปเรื่อย ๆ เหมือนเราทำนา เราไม่สามารถกำหนดได้ว่าข้าวจะสุกวันไหน ผลผลิตได้เท่าไหร่ แต่จะมีเวลาที่เหมาะสม ตามเหตุตามปัจจัยของเขา ซึ่งคนที่ปฎิบัติธรรมในธรรมวินัยนี้ กิจที่ต้องทำมี 3 อย่าง คือ การสมาทานการปฏิบัติในศีลอันยิ่ง การสมาทานการปฏิบัติในสมาธิอันยิ่ง และการสมาทานการปฏิบัติในปัญญาอันยิ่ง Q: ความตายและนิพพานเป็นคนละอย่างกันA: นิพพานกับความตายคนละอย่างกัน/ในนิพพาน ไม่มีความเกิด ไม่มีความตาย ดิน น้ำ ไฟ ลม ไม่หยั่งลงในนิพพาน นิพพานแปลว่า ความดับ ความเย็น/ความตายมีเหตุ คือ การเกิด แต่ในนิพพานไม่มีการเกิด จึงไม่มีการตาย ต้องเข้าใจเหตุผลของความเกิด ความตาย ให้ได้ ว่าคนที่ตาย ไม่ใช่ความตายดับ แต่ความตายเกิด (อุบัติ) ขึ้น จึงตาย Q: มีธรรมะข้อใดที่ทำ ให้ไม่ฝันA: ท่านให้กำหนดสติสัมปชัญญะก่อนนอนว่า รู้สึกตัวเมื่อไหร่จะลุกขึ้นทันที และด้วยสติสัมปชัญญะ น้อมไปในการนอน ด้วยอาการอย่างนี้ว่า “เราผู้ที่นอนไปแล้ว ขออย่าให้บาปอกุลศ กรรมทั้งหลาย ติดตามเราผู้ที่นอนอยู่เลย” จะทำให้เวลาที่เรานอน ไม่ฝันร้าย ไม่ฝันเกี่ยวเนื่องด้วยกาม วิธีที่สอง ...
    続きを読む 一部表示
    54 分
  • ขอจง [6926-7q]
    2026/06/27
    Q: พอปฏิบัติไป ๆ กลับไม่สงสัยในนิพพานเป็นเพราะอะไร?A: เมื่อเรามีศรัทธา มีความมั่นใจ ความเคลือบแคลงเห็นแย้งไม่โลงใจคือวิจิกิจฉาจึงหายไป จิตเป็นสมาธิ สมาธิจึงเกิดขึ้นพอประมาณ คือจุดที่ไม่โลงใจหายไป แต่จุดที่เป็นคำถามที่จะถามเอาความรู้ยังมีอยู่ และเมื่อเราได้ฟังเทศน์ฟังธรรม เราก็จะได้เจอคำตอบ เราจึงไม่ต้องเชื่อตามผู้อื่นในคำสอนของศาสดาตน ไม่สงสัยว่านิพพานมีจริงไหม นิพพานไปยังไง แม้ว่าตัวเองจะไปยังไม่ถึง Q: ผู้ที่เป็นโสดาปัตติมรรคย่อมไม่ทำให้ศรัทธาของใครตกไปใช่หรือไม่?A: บางคนเพียงพอเพื่อตนเองแต่ไม่เพียงพอเพื่อคนอื่น บางคนเพียงพอเพื่อคนอื่นแต่ไม่เพียงพอเพื่อตนเอง บางคนเพียงพอทั้งสองส่วน การที่จะทำให้เพียงพอต่อผู้อื่น ก็คือการพูดให้จิตใจผู้ฟัง มีความอาจหาญร่าเริงในธรรม รู้ว่าสิ่งไหนควรกล่าว สิ่งไหนไม่ควรกล่าว สิ่งไหนเป็นกุศล สิ่งไหนเป็นอกุศล นี่เป็นเหตุเป็นปัจจัยที่จะทำให้เพียงพอต่อผู้อื่น Q: ท่านที่ฟังธรรมเป็นประจำสามารถจัดเป็นอริยบุคคลขั้นต้นได้หรือไม่?A : ท่านได้กล่าวไว้ถึงอริยบุคคล 4 คู่ 8 จำพวก, “มรรค” คือ ยังไม่บรรลุยังเดินตามทางอยู่, “ผล” คือ บรรลุแล้ว, “โสดาปฎิมรรค” เป็นผู้ล่วงพ้นปุถุชนภูมิเข้าสู่สัปปุริสภูมิ เข้าสู่ระบบความเห็นที่ถูกต้อง ซึ่งมรรคนั้นเสื่อมได้ขึ้นอยู่ที่เหตุปัจจัย ว่าขณะนั้นสามารถรักษาเหตุปัจจัยไว้ได้หรือไม่ และหากหลุดจากโสดาปัตติมรรคนี้ ก็จะเป็นปุถุชนธรรมดา ซึ่งแบ่งได้ 2 จำพวก คือ ปุถุชนผู้มีศีลและปุถุชนที่เป็นคนบาป คือไม่รักษาศีล Q: อริยบุคคลจะมีติดแอบสายมูได้หรือไม่?A: มูหรือไม่อยู่ที่การตั้งจิต แม้การกระทำเหมือนกัน อย่างเดียวกัน แบบเดียวกัน แต่หากตั้งจิตไว้โดยไม่สร้างเหตุ ไม่ได้เอาผลจริงจัง ไม่ได้เป็นไปเพื่อนิพพาน เช่น ขอให้รวย ขอให้ถูกหวย นี่เป็นลักษณะของสีลัพพตปรามาส แต่หากเราตั้งจิตไว้บูชาผู้ที่ควรบูชา เป็นเทวตาพลี ท่านให้ทำได้ บูชาด้วยศรัทธาเป็นที่ตั้งจึงบูชา เราจึงควรตั้งจิตให้ถูก Q: แล้วถ้าขอพรไปด้วยทำเหตุปัจจัยไปด้วยจะได้หรือไม่?A: การขอด้วยความเป็นเหตุเป็นผล ...
    続きを読む 一部表示
    56 分
  • ทานกับมูลค่า [6925-7q]
    2026/06/20

    Q: ปัจจัยกับบุญ

    A: เรื่องปัจจัยกับบุญไม่ได้วัดกันที่จำนวนเงิน ไม่จำเป็นต้องมีเงินมากแล้วจึงจะให้ทานได้ มีเงินน้อยก็ให้ได้ ดูที่ 4 หน้าที่ในการใช้จ่ายทรัพย์เป็นหลัก แล้วเราจะไม่ตกเป็นทาสของเงิน ระลึกถึงทานนั้นใจจะเป็นสุข


    Q: เพศกับการเข้าวัด

    A: ความสนใจน่าจะเท่ากัน แต่การกระทำได้อาจจะไม่เท่ากัน ไม่ควรสนใจที่เพศ ให้สนใจในปฏิปทา


    Q: ความเพียรกับสมาธิ

    A: ต้องมีกัลยาณมิตร และศรัทธา ทำสมาธิแล้วควรหวังผล 4 อย่าง เห็นว่าสมาธินี้มีประโยชน์มากกว่าความสุขทางโลก ศรัทธาความมั่นใจว่าทำแล้วได้ผล 4 อย่างแน่นอน จะเป็นกำลังให้ความเพียรให้เดินมารอย คือ มรรค 8 นี้ได้

    Q: มารผู้ล้างผลาญความดี

    A: มาร หมายถึง ล้างผลาญความดี ความดีถูกทำให้สิ้นลง มีหลายประเภท ที่เน้น คือ กิเลสมารที่อยู่ในใจเรา เอาชนะได้ด้วยมรรค 8, เวร คือ การผูกเวร ผูกโกรธ ประทุษร้ายกัน เจ้ากรรมนายเวรไม่มีในพุทธพจน์ จะละเวรได้ก็ด้วยการไม่ผูกเวร เอากุศลธรรมใส่ลงไปความดีจะปรากฏขึ้นแทน เอาชนะมารได้ เมื่อไม่มีตัณหาความทุกข์นั้นจะทำอะไรเราไม่ได้เลย

    Q: ชั้นของสมาธิ

    A: โดยพุทธพจน์มี 9 ขั้น ตามวิสุทธิมรรคแบ่งเป็น 3 คือ ขณิก อุปจาร และอัปปนา ความละเอียดไปตามขั้นตอนจะเห็นได้ก็ด้วยสติและปัญญา เป็นสิ่งที่รู้ได้ด้วยตน

    Q: ทรงญาณ

    A:โดยพุทธพจน์ไม่มี แต่ญาณมีอยู่ ญาณหมายถึงปัญญา การทรงญาณถ้าหมายความว่าทรงอยู่ในญาณได้ตลอดเวลานั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะแม้แต่พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้มีตลอดเวลา

    Q: สมาธิก่อนตาย

    A: เราควรมีสมาธิตลอดเวลา เพราะความตายมาได้ทุกเมื่อ โดยกำหนดว่าคืนนี้อาจเป็นคืนสุดท้ายไม่ลุกขึ้นมาอีก จะไม่เป็นผู้หลับใหล

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    続きを読む 一部表示
    56 分
  • เลือกสัมมาดีกว่ามิจฉา [6924-7q]
    2026/06/13
    Q:การนั่งสมาธิแบบมิจฉาเป็นอย่างไร?A : "มิจฉาสมาธิ" เริ่มจากการมีมิจฉาสติ คือการที่จิตไปจดจ่อระลึกถึงแต่เรื่องไม่ดี คิดเบียดเบียนผู้อื่น แล้วเกิดความรู้สึกสะใจหรือพึงพอใจแบบผิด ๆ จนจิตรวมเป็นสมาธิในทางอกุศล ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ "สัมมาสมาธิ" ที่เกิดจากการระลึกถึงสิ่งดีงาม จนจิตใจสงบและอิ่มเอิบ ผู้ที่หลงไปในทางมิจฉาสมาธิจะยิ่งเดินออกห่างจากนิพพานและตกเป็นทาสในห่วงโซ่อำนาจของมาร ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนให้เจริญสัมมาสมาธิ ตามหลักทางสายกลาง ซึ่งเป็นหนทางแห่งการพึ่งพาตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้ใด และเป็นเส้นทางอันปลอดภัยที่มารไม่สามารถมองเห็นหรือเข้ามาครอบงำเราได้ Q:การตั้งใจนั่งสมาธิแล้วกลายเป็นมิจฉาสมาธิมีหรือไม่?A : มี/ เป็นพวกองค์กร ที่มีวิธีการฝึกในแบบของเขา มีพิธีกรรมเฉพาะ พวกนี้เป็นวิชามารอย่าไปฝึก Q: ผู้นำควรมีลักษณะอย่างไร?A : ตามหลักธรรม ลักษณะของผู้นำสามารถแบ่งได้ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ 1) การเป็นแบบอย่างที่ดี คือมีคุณธรรมในสิ่งที่ผู้อื่นขาดแคลน เช่น มีความมั่นใจในยามที่ผู้อื่นลังเล เสียสละเมื่อผู้อื่นเห็นแก่ได้ 2) การมีพรหมวิหาร 4 คือ ต้องมีเมตตาและกรุณาควบคู่ไปกับอุเบกขา รู้ว่าเรื่องใดควรช่วยเหลือ เรื่องใดต้องเด็ดขาด และรู้จักปล่อยวางโดยไม่จำเป็นต้องจับผิดในทุกเรื่อง 3) การใช้หลักสังคหวัตถุ4 คือ รู้จักสงเคราะห์ผู้คนให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล Q: รู้สึกจัดการกับปัญหาในชีวิตได้ดีขึ้นจากการฟังนิทานพรรณาA: ท่านผู้ถามใช้ธรรมเป็นเครื่องมือ ทำให้ปล่อยวางได้ดี จากการฟังธรรมแล้วได้ประโยชน์ ตัวเองไม่เบียดเบียนตัวเอง คนอื่นก็ได้ประโยชน์ Q: ธรรมะสำหรับผู้ที่หลอกลวงและผู้ที่โดนหลอกA: สำหรับผู้หลอกลวง ที่ทำชั่วโดยไม่รู้สึกผิดนั้น ยากที่จะรับฟังคำสอน แต่หากเป็นการถูกบังคับให้ทำ ก็ต้องตระหนักว่าผลกรรมย่อมตกอยู่กับผู้กระทำเสมอ, ในส่วนของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ควรเปลี่ยนความสูญเสียทั้งทรัพย์สินภายนอกและบาดแผลในใจให้เป็นบทเรียน เพื่อทบทวนตนเอง เพราะเมื่อใดที่ยอมรับความจริงและปล่อยวางได้ ...
    続きを読む 一部表示
    57 分
  • เผชิญหน้ากับความกลัว [6923-7q]
    2026/06/06

    Q: เหตุใดพระภิกษุต้องใช้ผ้าย้อมน้ำฝาด?

    A: เพื่อเป็น "ทางสายกลาง" ที่เรียบง่ายและต่างจากคฤหัสถ์ โดยผ้าผืนใหญ่สามารถใช้ประโยชน์อเนกประสงค์ได้ทั้งนุ่ง ห่ม และปูนอน ส่วนการย้อมน้ำฝาดธรรมชาติช่วยให้สีไม่ฉูดฉาดและดูแลรักษาง่าย เพื่อตัดความกังวลเรื่องรูปลักษณ์และให้พระภิกษุโฟกัสกับการปฏิบัติธรรมได้อย่างเต็มที่

    Q: วิธีแก้ไขจิตที่ผูกโกรธ

    A: ต้องตระหนักรู้ด้วยปัญญาว่า "ความโกรธเกิดจากภายในใจเราเอง ไม่ใช่เพราะคนอื่น" เปรียบเหมือนสนิมที่ผุดขึ้นมากัดกินเนื้อเหล็กจากข้างใน การผูกโกรธคือการเอาไฟเผาตัวเองเหมือนคนถูกยิงด้วยลูกศรพิษที่ต้องรีบถอนลูกศรออกทันทีเพื่อรักษาชีวิต ไม่ใช่มัวไปสืบหาตัวคนยิง โดยให้ใช้ "กรุณา" เจริญสติหยุดใจในจังหวะที่จะคิดแก้แค้น แล้วแผ่ความปรารถนาดีให้เขาพ้นทุกข์เพื่อคืนความสงบให้ใจตนเอง

    Q: แก้ความกลัวได้อย่างไร?

    A: ความกลัว แบ่งเป็น “ความกลัวแบบสมเหตุสมผล” ความกลัวแบบนี้ แก้ได้ด้วยการกล้ายอมรับผิด กล้ายอมรับความจริง การกระทำแบบนี้ แม้ความกลัวจะไม่ได้ลดลง แต่เราต้องยอมรับความจริง เราจึงจะหายจากความกลัวได้ “ความกลัวไม่สมเหตุสมผล” เช่น กลัวความมืด, โรค phobia พวกนี้เป็นความกลัวที่เป็นอกุศล ให้เราตั้งสติพิจารณาใคร่ครวญไปในอริยสัจสี่ พอเราเข้าใจความกลัว เราจะเห็นจะถอนจากมันได้ แล้วเราก็จะไม่เพลินไปในมัน ความกลัวนั้นก็จะหายไป

    Q : หากพิจารณาว่าใครทำกรรมใดไว้ก็จะได้รับกรรมนั้นจะช่วยลดความโกรธได้หรือไม่ หรือควรวางจิตอย่างไร?

    A: ให้เราอุเบกขาควบคู่ไปกับการแผ่เมตตากรุณาสัตว์โลกมีกรรมเป็นของตนใครทำกรรมดีไว้ก็ตามใครทำกรรมชั่วไว้ก็ตามจะได้รับผลของกรรมนั้น

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    続きを読む 一部表示
    54 分
  • ธรรมะแก้ซึมเศร้า [6922-7q]
    2026/05/30
    Q: ธรรมะเยียวยารักษาผู้ป่วยซึมเศร้าได้อย่างไร?A: โรคซึมเศร้าเกิดจากการหมกมุ่นในความทุกข์และยึดติดตัวตน การเยียวยาต้องใช้สัมมาสติ อย่าให้กำลังกับเรื่องที่ทำให้เราทุกข์ใจ และใช้ปัญญาในการพิจารณา เห็นว่าเราไม่ใช่ตัวตน เห็นด้วยความเป็นอนัตตา เพื่อดับความทุกข์ที่ต้นเหตุ Q: เมื่อเราเมตตากรุณาจนเป็นทุกข์ ควรแก้ไขอย่างไร?A: ความกรุณาเป็นสิ่งดี แต่หากมีมากเกินไปจนกลายเป็นความเศร้าโศกถือว่าเป็นอกุศลและสุดโต่งเกินไป ควรแก้ไขด้วยการมีสติสัมปชัญญะและใช้ “อุเบกขา” คอยกำกับเพื่อให้จิตกลับมาตั้งมั่นและรักษาจิตเราให้พอดีได้ Q: การเข้าสมาธิต้องมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมตลอดหรือไม่?A: การตกภวังค์เกิดจากสมาธิมีกำลังมากกว่าสติ จนตกอยู่ในความง่วงซึม (ถีนมิทธะ) ให้มองว่าเป็นโอกาสในการพัฒนา โดยปรับสมดุลด้วยการเจริญวิปัสสนาเพิ่มขึ้น เพื่อดึงสติให้กลับมามีกำลังเสมอกับสมาธิ Q: การพิจารณาควรทำอย่างไร?A: ดูจากคิวคือเครื่องหมาย หากวิปัสสนาแล้วฟุ้งซ่านให้กลับมาทำสมถะ หากทำสมถะแล้วง่วงให้กลับไปวิปัสสนา แต่ถ้าจิตคลายลง ละเอียดลง สงบเย็นเอง ก็ให้ประคองความนิ่งนั้นไว้ให้ดี แล้วเราจะกลับมาพิจารณาอีกก็ได้ ค่อย ๆ ทำไปจนมันพอดี อาสวะสิ้นก็จะปล่อยวางได้หมด Q: การนั่งสมาธิแบบมิจฉาเป็นอย่างไร?A: คือการมีสมาธิจดจ่อเพื่อนำไปทำสิ่งไม่ดี เช่น ขโมยของ ปล้นธนาคาร หรือทำสมาธิโดยมีความเห็นผิด เราจะไม่ให้มีมิจฉาสมาธิ เราต้องมีศีล มีความเข้าใจที่ถูกต้อง มีสัมมาทิฏฐิที่แวดล้อมไปด้วยมรรคอีก 7 ประการ เมื่อเราเข้าใจถูกต้อง เราจะหลุดพ้นได้ Q: ภิกษุสรงน้ำได้วันละกี่ครั้ง ถวายแป้งเย็นเพื่อคลายร้อนได้หรือไม่?A: สรงน้ำได้ตามความเหมาะสม แป้งเย็นต้องพิจารณาก่อนจะทา หากทาเพื่อที่ระงับเวทนา ก็สามารถทาได้ Q: ทำบุญให้คนที่รักเป็นการหวังผลหรือไม่?A: ไม่ผิดและเป็นหน้าที่ที่ควรทำ การทำดีย่อมได้ผลดีเสมอ การสร้างเหตุที่ดีอย่างแยบคายย่อมส่งผลลัพธ์ที่ดีงามตามมาอย่างแน่นอน ซึ่งดีกว่าการไม่ลงมือทำความดีอะไรเลยQ: เทวดาประจำตัวมีจริงหรือไม่?A: ไม่ใช่ทุกคนจะมีเทวดาคุ้มครอง ...
    続きを読む 一部表示
    54 分