• ธรรมที่น่าปรารถนา [6929-6t]
    2026/07/17
    หมวดธรรม 5 ประการใน มุณฑราชวรรค หมวดว่าด้วยพระเจ้ามุณฑราช ข้อที่ 41 อาทิยสูตร ว่าด้วยประโยชน์ที่ควรถือเอาจากโภคทรัพย์ แนวทางที่บุคคลควรนำทรัพย์ที่หามาได้ด้วยความขยันหมั่นเพียรและชอบธรรม ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ได้แก่ เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว, บำรุงมิตรสหายและผู้ร่วมงาน, ป้องกันอันตราย (เก็บไว้เป็นหลักประกันหรือทุนสำรอง), ทำพลี (สงเคราะห์บุคคลอื่น 5 ประการ), บำรุงพระสงฆ์ (นักบวช ผู้ประพฤติธรรม) ข้อที่ 42 สัปปุริสสูตร ว่าด้วยสัตบุรุษ อธิบายถึงคุณค่าของสัตบุรุษ (คนดี) เกิดมาเพื่อประโยชน์แก่คนหมู่มาก คนดีดูได้ที่ ศรัทธา ศีล สุตตะ จาคะ ปัญญา ท่านอุปมาเฆฆฝนที่ตั้งขึ้นย่อมมีคุณต่อชาวนาในการเพาะปลูก ข้อที่ 43 อิฏฐสูตร ว่าด้วยธรรมที่น่าปรารถนา ธรรมะ 5 อย่างที่ใครๆ ก็ปรารถนา คือ อายุ วรรณะ ความสุข ยศ สวรรค์ แต่พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า สิ่งเหล่านี้ไม่อาจได้มาด้วยการอ้อนวอนหรือความอยาก เพราะการทำด้วยความอยากจะกลายเป็นการอ้อนวอนและติดกับดักความเพลินโดยไม่รู้ตัว แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องคือการ "สร้างเหตุที่ถูกต้องด้วยใจที่ปล่อยวาง" ปฏิบัติอย่างมีสติและแยบคาย ทำหน้าที่ของตนไปโดยไม่อยากและไม่เพลิน ยอมรับผลที่เกิดขึ้นอย่างเท่าทัน (ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร) ผู้ที่ปฏิบัติเช่นนี้จะสามารถรักษาประโยชน์สุขไว้ได้ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ข้อที่ 44 มนาปทายีสูตร ว่าด้วยผู้ให้สิ่งที่น่าพอใจ “อุคคคหบดี” ชาวกรุงเวสาลี ได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าให้เป็น เอตทัคคะในฝ่ายผู้ถวายสิ่งของที่น่าพอใจ ในวัยชราท่านระลึกถึงพระพุทธพจน์ที่ว่า "ผู้ให้สิ่งที่ชอบใจ ย่อมได้สิ่งที่ชอบใจ" จึงตั้งใจถวายเฉพาะของประณีตที่แด่พระพุทธเจ้า ผลบุญส่งผลให้ท่านไปเกิดเป็น "อุคคเทพบุตร" มีกายทิพย์อันงดงาม และได้กลับมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อกราบทูลยืนยันด้วยความปิติว่่า ผลลัพธ์อันประเสริฐตามที่ปรารถนาได้สำเร็จผลจริงทุกประการ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต มุณฑราชวรรค Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
    続きを読む 一部表示
    55 分
  • รู้ได้ด้วยญาณ [6928-6t]
    2026/07/10

    หมวดธรรม 10 ประการใน อานิสังสวรรค หมวดว่าด้วยอานิสงส์


    ข้อที่ 1 กิมัตถิยสูตร ว่าด้วยคำถามเกี่ยวกับผลแห่งศีล โดยพระอานนท์ทูลถามพระพุทธเจ้าถึง “อานิสงส์ของศีล” ซึ่งตรัสตอบว่าศีลเป็นกุศลมีผลเป็นทอด ๆ เชื่อมโยงกันไปจนถึงพระอรหัตผล ได้แก่ ศีล อวิปปฏิสาร (ความไม่ร้อนใจ) → ปราโมทย์ (ความบันเทิงใจ) → ปีติ (ความอิ่มใจ) → ปัสสัทธิ (ความสงบกายใจ) → สุขสมาธิยถาภูตญาณทัสสนะ (ความรู้เห็นตามความเป็นจริง) → นิพพิทาวิราคะ (ความเบื่อหน่ายและคลายกำหนัด) → วิมุตติญาณทัสสนะ (ความรู้แจ้งในการหลุดพ้น)

    *ศีลจึงเป็นฐานที่เกื้อหนุนจิตใจให้ก้าวหน้าตามลำดับ จนกระทั่งบรรลุถึง พระอรหันต์ โดยสมบูรณ์

    ข้อที่ 2 เจตนากรณียสูตร ว่าด้วยกรรมที่ไม่ต้องทำด้วยความตั้งใจ เป็นพระสูตรที่ว่าด้วยเหตุและผลของสภาวธรรมตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้เจตนาบังคับ เมื่อบุคคลรักษาศีลบริบูรณ์แล้ว ธรรมะขั้นต่อไปจะหลั่งไหลส่งผลต่อเนื่องกันไปเองตามลำดับ (ดูข้อธรรม 10 ประการใน กิมัตถิยสูตร)

    *กระบวนการนี้ทำงานเชื่อมโยงกันอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อเหตุข้อแรกสมบูรณ์ ผลข้อถัดไปจะหลั่งไหลมาให้ผลเองโดยอัตโนมัติ โดยที่ผู้ปฏิบัติไม่ต้องไปตั้งเจตนาบังคับเอาผลในตอนท้ายเลย

    ข้อที่ 3 -5 ปฐม-ทุติย-ตติยอุปนิสสูตร ว่าด้วยธรรมมีเหตุให้ถูกขจัด สูตรที่ ๑-๓ มีเนื้อหาธรรมเหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่ผู้แสดงธรรม (สูตรที่๑ พระพุทธเจ้า, สูตรที่๒ พระสารบุตร, สูตรที่๓ พระอานนท์) แสดงถึงห่วงโซ่ของธรรมที่เป็นเหตุเป็นผลต่อเนื่องกัน โดยชี้ให้เห็นว่า การทุศีล (ศีลวิบัติ) เป็นต้นเหตุที่ไปขจัด (ขัดขวาง/ตัดตอน) คุณธรรมขั้นถัดไป ทำให้กระบวนการปฏิบัติธรรมไม่สามารถดำเนินไปสู่นิพพานได้ (ดูข้อธรรม 10 ประการใน กิมัตถิยสูตร *แต่เป็นฝ่ายดับ/ขจัด)

    พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก ๑๖ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] อานิสังสวรรค

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    続きを読む 一部表示
    56 分
  • ทานที่ให้ปัญญา [6927-6t]
    2026/07/03
    หมวดธรรม 5 ประการใน สุมนวรรค หมวดว่าด้วยสุมนาราชกุมารี เกี่ยวกับอุบาสกอุบาสิกาเป็นเรื่องของการให้ทานการครองเรือนข้อที่ 34 สีหเสนาปติสูตร ว่าด้วยสีหเสนาบดี สีหเสนาบดีทูลถามเรื่องผลแห่งทานที่จะเห็นได้ด้วยตนเอง การไม่เผลอเพลินในกามคุณทั้ง 5 จะทำให้ได้อานิสงส์ 5 อย่างนี้ คือ เป็นที่รัก สัตบุรุษคบหา ชื่อเสียงขจรขจาย ไม่ครั่นคร้าม เมื่อตายย่อมไปสุคติ ข้อที่ 35 ทานานิสังสสูตร ว่าด้วยอานิสงส์การให้ทาน เหมือนในข้อที่ 34 ต่างตรงข้อที่ 4 คือผู้ให้ทานย่อมไม่เหินห่างจากธรรมของคฤหัสถ์ ซึ่งก็คือการไม่ครั่นคร้ามเวลาเข้าหมู่นั่นเอง ข้อที่ 36 กาลทานสูตร ว่าด้วยกาลทาน กาลทานคือเฉพาะเวลานั้นเท่านั้นที่จะสามารถทำอย่างนั้นได้ มีจุดเริ่มและจุดจบ ในที่นี้ยังชี้ให้เห็นพรที่นางวิสาขาขอ นางเป็นผู้ฉลาดในการให้ทานที่เป็นทั้งกาลทานและนิจทาน ข้อที่ 37 โภชนทานสูตร ว่าด้วยการให้โภชนะ การให้อาหารคือการให้ทุกอย่าง คือ อายุ วรรณะ พละ สุขะ ปฏิภาณหรือปัญญา เมื่อตายไปจะได้รับอานิสงส์อันเป็นทิพย์นี้ด้วย ทานมากน้อยควรทำ ปริมาณไม่ได้เกี่ยวกับบุญมากบุญน้อย อยู่ที่ศรัทธา ทำตามกำลังทรัพย์แล้วตั้งศรัทธาไว้ให้มาก เราจะได้ฐานะ 5 อย่างนี้ ข้อที่ 38 สัทธสูตร ว่าด้วยอานิสงส์แห่งศรัทธา เมื่อศรัทธาแล้วย่อมได้รับอานิสงส์จากสัตบุรุษก่อนใครอื่น คือ อนุเคราะห์ ไปหา ให้การต้อนรับ แสดงธรรม และตายก็ไปสู่สุคติ ข้อที่ 39 ปุตตสูตร ว่าด้วยบุตร มารดาบิดาที่ปรารถนาบุตรควรสอนบุตรให้ห้ามจากบาปและตั้งอยู่ในความดีแล้วจะได้รับอานิสงส์นี้ ข้อที่ 40 มหาสาลปุตตสูตร ว่าด้วยต้นสาละใหญ่กับกุลบุตร เปรียบต้นสาละใหญ่ที่อยู่ในดินดีย่อมมีกิ่งใบ ใบอ่อน เปลือก สะเก็ด กระพี้ แก่น ที่สมบรูณ์ กุลบุตรถ้ามีศรัทธา ศีล สุตตะ จาคะ ปัญญา ก็จะเจริญในธรรมวินัยนี้ 5 ข้อนี้เปรียบเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจนั่นเอง พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต สุมนวรรค Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
    続きを読む 一部表示
    55 分
  • ฤทธิ์แห่งอิทธิบาท [6926-6t]
    2026/06/26

    หมวดธรรม 9 ประการใน อิทธิปาทวรรค หมวดว่าอิทธิบาท และ ราคเปยยาล


    ข้อที่ 83-92 “พลังแห่งความสำเร็จ สู่ความหลุดพ้น” พระสูตรกลุ่มนี้ (อิทธิปาทวรรค) ยังคงร้อยเรียงด้วยโครงสร้าง "ธรรม 9 ประการ" แบบเดียวกับ สติปัฏฐานวรรค และ สัมมัปปธานวรรค โดยเปลี่ยนเครื่องมือหลักมาที่ "อิทธิบาท 4" (คุณธรรมสู่ความสำเร็จ) เพื่อเป็นพลังในการทลายอกุศลธรรม 5 ประการในหมวดต่าง ๆ เช่น ธรรมที่ทำให้ท้อแท้ในสิกขา (ทุศีล ๕) / นิวรณ์ ๕ / กามคุณ ๕ / อุปทานขันธ์ ๕ / สังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ / สังโยชน์เบื้องสูง ๕ / คติ ๕ / ความตระหนี่ ๕ / ตะปูตรึงใจ ๕ / กิเลสผูกพันใจ ๕

    ข้อที่ 93-432 “ล้างบางกิเลสสู่พระนิพพาน” พระสูตรกลุ่มนี้ (ราคเปยยาล) เป็นบทสรุปการปฏิบัติต่ออุปกิเลส 16 ทุกรูปแบบ ตั้งแต่การ "รู้ยิ่ง" "กำหนดรู้" "ละ" ไปจนถึง "การสละคืน" ให้สิ้นซาก โดยใช้เครื่องมือคือ สัญญา 9 ประการ และ อนุปุพพวิหารสมาบัติ 9


    จบ นวกนิบาต (หมวดธรรม 9 ประการ) จบบริบูรณ์

    พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต อิทธิปาทวรรค, ราคเปยยาล

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    続きを読む 一部表示
    57 分
  • เมื่อมีเหตุแล้วย่อมมีผล [6925-6t]
    2026/06/19
    หมวดธรรม 5 ประการใน ปัญจังคิกวรรค และ สุมนวรรคข้อที่ 30 นาคิตสูตร ว่าด้วยพระนาคิตะ เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระนาคิตะ (พระอุปัฏฐาก) ณ ป่าอิจฉานังคละ เพื่อเตือนสติเรื่องการไม่ติดในลาภสักการะ สรรเสริญ และชื่อเสียง โดยทรงย้ำว่า "เราไม่ติดยศ และยศก็ไม่ติดเรา" ทรงสรรเสริญความสุขจากเนกขัมมสุขว่าเป็นสุขที่แท้จริงเหนือกว่าสุขที่อิงอาศัยลาภยศและการนอนหลับ พร้อมทั้งแสดง "เหตุและผลลัพธ์ 5 ประการ" เพื่อชี้ให้เห็นความจริงของโลก ดังนี้เหตุจากอาหารที่กิน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มรส -> ผลคือ กลายเป็นอุจจาระและปัสสาวะ เหตุจากความรัก เมื่อสิ่งที่รักแปรเปลี่ยนไป -> ผลคือ เกิดความโศกเศร้า ทุกข์ใจ คับแค้นใจ เหตุจากการเพ่งอสุภะ (พิจารณาความไม่งามของร่างกาย) -> ผลคือ เห็นความน่าเกลียดปฏิกูลในสิ่งสวยงาม เหตุจากการพิจารณาผัสสะไม่เที่ยง (อายตนะทั้ง 6) -> ผลคือ ย่อมเกิดความเบื่อหน่ายในผัสสะทั้งหลาย เหตุจากการพิจารณาเกิด-ดับในอุปาทานขันธ์ 5 -> ผลคือ ย่อมเกิดความเบื่อหน่ายหลุดพ้นจากอุปาทาน*พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญความสุขที่เกิดจากความสงบภายใน (เนกขัมมสุข) และทรงสอนให้ภิกษุมองเห็นผลลัพธ์ตามความเป็นจริงของโลก เพื่อสลัดตัดความหลงผิดและเข้าถึงความหลุดพ้นข้อที่ 31 สุมนสูตร ว่าด้วยสุมนาราชกุมารี เกี่ยวกับผลที่เป็นทิพย์ 5 อย่าง คือ อายุ วรรณะ ความสุข ยศ และอธิปไตย ที่ทำให้แตกต่างกันของผู้ที่ให้ทานกับไม่ได้ให้ แม้จะมีศรัทธา ศีล ปัญญาเสมอกัน กระทั่งผู้ที่ออกบวชที่เคยเป็นผู้ให้ (ทายก) ก็จะได้รับปัจจัยสี่และได้รับการประพฤติกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมอันเป็นที่น่าพอใจกว่าดีกว่าข้อที่ 32 จุนทีสูตร ว่าด้วยจุนทีราชกุมารี กล่าวถึงองค์คุณ 4 อย่างของผู้ที่จะไปสู่กระแสหรือโสตาปัตติยังคะ 4 คือ บุคคลที่มีพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์เป็นสรณะ และรักษาศีล 5 ได้ดี เมื่อตายไปย่อมเกิดในสุคติอย่างเดียว ไม่เกิดในทุคติเลย ส่งผลให้มีบุญ 5 อย่าง คือ อายุ วรรณะ เกียรติยศ สุข และพละข้อที่ 33 อุคคหสูตร ว่าด้วยอุคคหเศรษฐี ปรารภอุคคตเศรษฐีที่ลูกสาวจะออกเรือน จึงนิมนต์พระพุทธเจ้าแล้วได้สอบถามคำถามได้ฟังธรรม 5 ...
    続きを読む 一部表示
    57 分
  • วิถีแห่งพระอรหันต์ [6924-6t]
    2026/06/12

    หมวดธรรม 9 ประการ ในเขมวรรค, สติปัฏฐานวรรค และสัมมัปปธานวรรค


    พระสูตรข้อที่ 62-82 นี้ร้อยเรียงด้วยโครงสร้าง "ธรรม 9 ประการ" เพื่อเปลี่ยนจิตปุถุชนผู้หมดสิทธิ์ (อภัพพะ) ให้กลายเป็นพระอรหันต์ผู้ถึงพระนิพพาน โดยแบ่งเนื้อหาเป็น 3 ส่วนหลักดังนี้

    ข้อที่ 62 อภัพพสูตร ว่าด้วยผู้อาจและไม่อาจเพื่อทำให้แจ้งอรหัตตผล หากบุคคลใดไม่ละขาดอกุศลธรรม 9 ประการนี้ จะเป็นผู้ "ไม่อาจ" (อภัพพะ) บรรลุธรรมแต่หากละได้ จะเป็น "ผู้อาจ" บรรลุอรหัตตผล ได้แก่ ราคะ, โทสะ, โมหะ, โกธะ (โกรธ), อุปนาหะ (ผูกโกรธ), มักขะ (ลบหลู่คุณ), ปฬาสะ (ตีเสมอ), อิสสา (ริษยา), มัจฉริยะ (ตระหนี่)

    ข้อที่ 63-72 “เจริญสติปัฏฐาน 4 เพื่อละกิเลส” พระสูตรกลุ่มนี้ (สติปัฏฐานวรรค) ทรงให้นำ “สติปัฏฐาน 4” (กาย เวทนา จิต ธรรม) มาเป็นเครื่องมือหลักในการพิจารณาเพื่อ "ละอกุศลธรรมและเครื่องผูกมัด" ในแง่มุมต่างๆ ของแต่ละพระสูตร เช่น:

    • ละธรรมกระทำให้ท้อถอย / ละนิวรณ์ / ละกามคุณ / ละอุปาทานขันธ์ / ละสังโยชน์เบื้องต่ำ-เบื้องสูง / ละตะปูตรึงใจ / ละกิเลสผูกพันใจ

    ข้อที่ 73-82 “เจริญความเพียร เพื่อทลายกิเลส” พระสูตรกลุ่มสุดท้าย (สัมมัปปธานวรรค) ใช้โครงสร้างคู่ขนานกัน แต่เปลี่ยนมาเน้นที่ สัมมัปปธาน 4 (ความเพียรชอบ 4 ประการ) เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนในการ "ละอกุศลธรรมและเครื่องผูกมัด" (ในหมวดนิวรณ์ กามคุณ สังโยชน์ ฯลฯ เช่นเดียวกับหมวดสติปัฏฐาน) ให้สำเร็จเด็ดขาด

    พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต เขมวรรค สติปัฏฐานวรรค สัมมัปปธานวรรค

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    続きを読む 一部表示
    58 分
  • จุดที่สมาธิเปลี่ยนเป็นปัญญาด้วยองค์ 5 [6923-6t]
    2026/06/05

    หมวดธรรม 5 ประการใน ปัญจังคิกวรรค หมวดว่าด้วยการเจริญสัมมาสมาธิที่ประกอบด้วยองค์ ๕


    ข้อที่ 28 ปัญจังคิกสูตร ว่าด้วยการเจริญสัมมาสมาธิที่ประกอบด้วยองค์ ๕ ซึ่งหมายถึง การไล่มาตามลำดับของการได้มาซึ่ง “ฌานทั้ง 4 และปัจจเวกขณนิมิต” (การทบทวนองค์ฌานหรือสิ่งที่ตนรู้เห็นด้วยปัญญา) จะได้ทราบอุปมาอุปไมยของการได้มาซึ่งฌานนั้น ๆ การเห็นอะไรจึงจะเลื่อนขึ้นในฌานที่สูงขึ้นไปละเอียดลงไปได้ ก็ต้องขจัดความหยาบของฌานที่ได้อยู่แล้วจึงจะพัฒนาต่อไปได้ เมื่อได้ฌานทั้ง 4 บวกกับปัจจเวกขณนิมิต คือ ญาณในการรู้ว่าเรามีเราละอะไรได้ จะทำให้ละเอียดขึ้นได้อย่างไร และการเห็นองค์ประกอบต่าง ๆ ในฌานต่าง ๆ ได้ชัดเจน จิตใจของคนเราถ้ามีสัมมาสมาธิที่ประกอบด้วยองค์ 5 ประการนี้แล้ว จะเกิดประโยชน์ในการกำจัดกิเลสได้ วิชชา 6 จะเกิดขึ้น ทำปัญญาให้เกิดขึ้นได้ นี่คือจุดที่สมาธิจะเปลี่ยนเป็นปัญญา ตลอดกระบวนการต้องมีสติอยู่แล้วจึงจะสามารถรู้เห็นตรงนี้ได้ และปัจจเวกขณนิมิตมีได้ในทุกระดับฌาน เป็นตัวที่จะทำให้ฌานเลื่อนขึ้นได้เร็ว

    ข้อที่ 29 จังกมสูตร ว่าด้วยการเดินจงกรม “จังกม” แปลว่าการเดิน ทำให้เกิดอานิสงส์ คือ

    1. อดทนต่อการเดินทางไกล

    2. อดทนต่อการทำความเพียร นี่คืออดทนต่อสิ่งที่อดทนได้ยาก รู้อยู่ว่าทุกข์แต่อยู่กับมันได้

    3. อาหารย่อยได้ง่าย

    4. มีอาพาธน้อย นี่คือมีสุขภาพดี มีเวทนาเบาบาง

    5. สมาธิที่เกิดตั้งอยู่ได้นาน ในอิริยาบถหยาบ ๆ ยังสามารถทำสมาธิให้เกิดขึ้น ยิ่งทุกข์มากยิ่งเห็นธรรมะ มีปัญญาในการแก้ปัญหา

    พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจังคิกวรรค

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    続きを読む 一部表示
    59 分
  • มิติแห่งวิมุตติ [6922-6t]
    2026/05/29

    หมวดธรรม 9 ประการใน สามัญญวรรค หมวดว่าด้วยสามัญญธรรม และเขมวรรค หมวดว่าด้วยเหตุให้ตรัสเรียกว่าเขมะ


    ข้อที่ 43-61 เป็นการสนทนาธรรมระหว่าง พระอุทายี และ พระอานนท์ ในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้


    ข้อที่ 43 กายสักขีสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้เป็นกายสักขี (เด่นด้านสมาธิ/ฌานสมาบัติ) ว่าด้วย "กายสักขีบุคคล" หรือ บุคคลผู้เป็นพยานด้วยนามกาย ซึ่งหมายถึงผู้ที่ใช้จิตหรือนามกายสัมผัสถูกต้องวิโมกข์ (หรือฌาน) ก่อน แล้วจึงบรรลุธรรมด้วยปัญญาในภายหลัง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ ๆ คือ โดยปริยาย(ขั้นต้น-ขั้นกลาง/ผู้ยังไม่สิ้นอาสวะ) ได้แก่ ฌาน 1-8 และ โดยนิปปริยาย (ขั้นสูงสุด/ผู้สิ้นอาสวะ) ได้แก่ ผู้ที่สามารถเข้าถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ

    ข้อที่ 44 ปัญญาวิมุตตสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้เป็นปัญญาวิมุต (ผู้หลุดพ้นด้วยปัญญา) หมายถึง ผู้ปฏิบัติที่ไม่ได้เน้นการเข้าสมาบัติลึกซึ้ง (แช่ในฌาน) แต่เป็นผู้ที่ "ใช้ปัญญาเพ่งพินิจพิจารณาเพื่อตัดขาดกิเลส" (วิป้สสนา) โดยตรง แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ โดยปริยาย และ โดยนิปปริยาย

    ข้อที่ 45 อุภโตภาควิมุตตสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้เป็นอุภโตภาควิมุต (ผู้หลุดพ้นทั้งสองส่วน / สมถะ&วิปัสสนา) หมายถึง พระอริยบุคคลผู้หลุดพ้นด้วยเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติ แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือโดยปริยายและโดยนิปปริยาย เช่นกัน

    ข้อที่ 46-61 ใช้ระบบองค์ธรรมเดียวกันทั้งหมด คือ “อนุปุพพวิหาร 9” (รูปฌาน อรูปฌาน และ สัญญาเวทยิตนิโรธ) เป็นบรรทัดฐานในการอธิบายเพื่อชี้ให้เห็นว่า คำว่า นิพพาน, เขมะ, อมตะ, อภัย, ปัสสัทธิ, และนิโรธ นั้น สามารถสัมผัสได้จริงด้วยนามกายตั้งแต่ขั้นสมาธิระดับฌาน (โดยปริยาย) ไปจนถึงการสิ้นอาสวกิเลสอย่างสมบูรณ์เด็ดขาดด้วยปัญญา (โดยนิปปริยาย)

    พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต สามัญญวรรค เขมวรรค

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    続きを読む 一部表示
    51 分